About me:

`๏’- Blog นี้หัวใจสีเขียว -`๏’

- GrEEn LoVE NaViGaToR -

“ด้วยความที่เรารับรู้ว่า

ต้นไม้...ให้ความสดชื่น เราจึงอนุมานความหมาย..สีเขียว

ของต้นไม้ว่าเป็นสีที่

หมายถึง ธรรมชาติ

ความเย็นสบาย ความชุ่มชื่น ความสบายตา”

"หัวใจสีเขียว”

ความหวังเล็กๆ ที่อยากให้ทุกหัวใจ

ได้รับความชุ่มชื่น ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ที่มองเห็น

พื้นที่เล็กๆแห่งนี้ ....ขอเป็นหนึ่งในผู้สร้าง “หัวใจสีเขียว”

ร่วมแบ่งปัน ความรัก ความรู้สึกดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แล้ว...มาร่วมสร้างรักดีๆ กันนะคะ......

"ถึง....จุดเยือกแข็ง"

15 กันยา 51

ก้าวย่างเข้าสู่ 503" ห้องทำงานอันแสนอบอุ่น ณ อากาศยามเช้า ** 

(กาแฟ 1 แก้ว + แซนวิสต์โฮวีสชิ้นเล็กๆ 1 อัน)

ชีวิตดูเหมือนดำเนินซ้ำๆ ด้วยเมนูเดิม เดิม

แต่หัวใจดวงเดิมไม่เคยรู้สึก...ซ้ำ!!

รสชาตินุ่มลิ้น กลิ่นอายร้อนของเนสกาแฟ ยังคงสัมผัสได้เสมอ //

 เช้านี้ต้องทำอะไรบ้างนะ.....

คำถามแรกของทุกวันที่ฉันคิด

เหลือบตามองดูปฏิทิน หยิบสมุดโน๊ตเล่มเดิม

พร้อมปากกาคู่ใจ เตรียมบันทึก........

ขณะที่ความคิดโลดแล่นอยู่กับงานวันใหม่

ทุกอนูของอุณหภูมิร่างกายยังคงภาวะปกติ

หากมองด้วยตาเปล่า... 503" ดูเหมือนไม่มีเปลี่ยนแปลง

ซึ่งความจริงมันสวนทางกับความคิด

ร่างกายอันอบอุ่นถูกความเย็นแทรกซึม..โดยไม่รู้ตัว

หัวใจที่เต้นแรง..บีบตัวช้าๆ ต้านทานกับไอเย็นที่บีบคั้น!!!!

ลมหายใจถูกสูดเข้าไปจนลึกถึงขั้วปอดครั้งแล้วครั้งเล่า

บรรยากาศแสนอบอุ่นยามเช้า....ดูช่างเลือนลาง

ไหวไหม....ถามตัวเองทุกวัน???

เฝ้าดูตัวเองถูกความเยือกเย็นปกคลุม

เหมือนจะต้านทานไม่ไหว...

แต่ด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้

ในวันนี้..ซึ่งนับเป็นหนึ่งในหลายๆๆวันที่ผ่าน

ฉันยังบอกตัวเองเสมอว่า....ยังไหว

จุดเยือกแข็ง...ที่ปกคลุมตัว

แต่ไม่เคยสามารถปกคลุมใจได้

มหัศจรรย์ของเกราะบางๆ จากใจดวงเล็กๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้เราต้านทานไหว   

503" ทำให้ฉันรู้ว่า.......

ความเปลี่ยนแปลงภายนอกเราไม่สามารถควบคุมได้

มีแต่ "ใจ"ของตัวเองเท่านั้น

"หนาว....เราก็หาผ้าห่ม"

หาไออุ่นที่เกิดขึ้นในความหนาว..

หากเราเลือกมองแต่สัมผัสจากความหนาว

เราคงไม่รู้ซึ้งถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่

แค่เปลี่ยนมุมความคิด

หาอุ่นไอจากความเหน็บหนาว

แค่นี้...จุดเยือกแข็ง 

"ก็คงทำอะไรเราไม่ได้"  

-`๏’ นา ฬิ กา หั ว ใ จ`๏’ -

posted on 14 Sep 2008 13:36 by onerecroom

 

เช้าวันหนึ่ง..

แปลกนะ หัวใจดวงเล็กๆ ที่ทุกคนมะเคยมองเห็น

ได้แต่ใช้ความรู้สึก สัมผัส ถึง ความสวยงาม

กลิ่นไอของความอบอุ่น ของคำที่เรียกว่า "หัวใจ"

 ไม่น่าเชื่อ...ว่า คำว่ารักจะสร้างพลังขับเคลื่อนให้เราเดินต่อไป

ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม : ) มองอะไรก็สวยงาม

ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากมาย.......

แต่แล้ว

เช้าอีกวัน...

แค่ช่วงเข็มนาฬิกาหมุนวนครบรอบ

"หัวใจ" ดวงเดิมที่มีแต่คำว่าสุขเมื่อวันวาน

วันนี้กลับหดหู่ หงอยเหงา :(

รู้สึกขาดแรงจูงใจให้เดินต่อ

โดยบางที เราเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

แค่จะยิ้มรับวันใหม่ ที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่วันนี้!!

ก็แสนจะยากเย็น  นี่เราเป็นอะไรไป...

(ความรู้สึกแบบนี้ เชื่อว่าคงไม่ใช่เราที่รู้สึกคนเดียว)

ทำไมความสุขมันช่างหายไปเร็วนัก

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก

แต่ก็ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่ ที่หัวใจรู้สึกแบบนี้

เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ สลับหมุนเวียนกันไป

จนวันนี้ก็ยังไม่รู้สึกถึงคำว่าจบสิ้น

ให้เราพยายามอย่างไร อยากจะยืดเวลาอย่างไร

ก็หนีไม่พ้น

 นี่แหละนะ คำที่เรียกว่า "หัวใจ"

ที่ใครๆอยากเลือกมองแค่ด้านเดียว (+) 

แต่ความเป็นจริงที่เราอยากเลี่ยง

ยอมรับหัวใจ 2 ด้าน (+,-)

หมุนเวียนเหมือนเข็มนาฬิกา

มีเวลาแห่งความสุข +

และเวลาแห่งความทุกข์ -

สลับหมุนเวียนกันไป..ไม่หยุดนิ่ง

ไม่มีใครหยุดเวลาได้

แต่อย่างไร "นาฬิกาหัวใจ" ก็ยังมีความต่าง

เพราะหัวใจแต่ละคนเต้นแรงไม่เท่ากัน

จังหวะเวลาของแต่ละคน

จึงต่างกัน

คงเป็นอย่างนี้เองสินะ....ดูสิ

แม้กระทั่ง...ตัวเอง

เรายังตามจังหวะหัวใจไม่ทันเลย 

แล้วจะมัวเสียเวลา..(ชีวิต) ครุ่นคิดทำไม

เมื่อวันนี้เราทุกข์ เชื่อตัวเองไว้

นาฬิกาของหัวใจยังคงเดินต่อ..

เพียงแค่เราไม่หวั่นไหว

"ยอมรับ ยืดหยุ่นหัวใจ ตามกาลเวลา"

ไม่ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน

นาฬิกาหัวใจ หรือ นาฬิกาชีวิต

ก็คงไม่มีผลอะไร....

ว่ามะ.......??

บาดเจ็บหรือเหน็บหนาว...

posted on 03 Sep 2008 20:42 by onerecroom

บุรุษ สตรี คล้ายเม่น

มีขนก็สักแต่เพียงหนามแหลม

ไม่สามารถให้ความอบอุ่นแก่ตัวเองได้

ยามเหน็บหนาวก็ได้แต่ใกล้ชิด

อาศัยไออุ่นจากกันและกัน

ซึ่งก็มักทำให้หนามแหลม


ต้องทิ่มตำอีกฝ่ายหนึ่งอยู่เสมอ
 

เมื่อตัดใจอยู่ด้วยกัน

แม้ทำให้หายหนาว

แต่บางคราวต้องเจ็บปวด

ไม่อยู่ด้วยกัน

แม้หนาวบ้าง

ก็ไม่ต้องเจ็บปวด

 
มันอยู่ที่เราจะเลือกเอาว่า...

"จะเจ็บปวดอย่างอบอุ่น"

             หรือ

"
ไม่รู้เจ็บแต่เหน็บหนาว"

 

อดทนเวลาที่ฝนพรำ

อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง

เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง

ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ

ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

หากเปรียบกับชีวิตของคน

เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่

ก็คงเปรียบได้กับฤดู คงเป็นฤดูที่แสนสดใส

(และ)แต่ถ้าวันหนึ่งวันไหน ที่ใจเจ็บทนทุกข์

ดังพายุที่โหมเข้าใส่

บอกกับตัวเองเอาไว้ ความเจ็บต้องมีวันหาย

ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู

เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจ

จากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน

เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่น

กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป

อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ

อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย

น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย

หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ